afternoon at the museum

พรุ่งนี้ก็ครบสามอาทิตย์แล้วที่ได้ จากบ้านนอก มาสู่เมืองนอก ที่เหมือนกับได้มาอยู่นอกเมืองยังไงยังงั้น
ได้อะไรมั่งเนี่ยะ
ไม่รู้สิ ได้ไปเมืองนอกไง
อย่างน้อยการได้มาบังกลาเทศครั้งนี้ ก็เป็นครั้งหนึ่งในชีวิตจริงๆ
ไม่มีใครได้มีโอกาสมาหรอก
เพราะต่อไป ถ้ามีเงิน มีเวลา ไม่ว่าตัวเอง หรือใครต่อใครที่เข้ามาอ่าน มาเยี่ยมที่นี่
คงไม่บ้าจี้ซื้อตั๋วเครื่องบิน เหิรฟ้ามา นั่งบ้าอยู่ที่บังกลาเทศนี่อย่างแน่นอน
เว้นแต่เรื่องงานบังคับจิตใจให้มาเท่านั้น
ทัวร์ก็รู้สึกไม่มีนะ เพราะมันไม่มีสถานที่ท่องเที่ยวจริงๆ
 
เมื่อมาถึงบ้านเขาเมืองเขาแล้ว
ตามประเพณีนิยมครับเพื่อไม่ให้เป็นการผิดผีมากนัก
สถานที่ต้องไปเยี่ยว เอ๊ย..ไปเยี่ยม แน่นอนว่าต้องมี museum อยู่ในลิสต์
 
อ๊ะ…แน่น๊อน ผมก็ไปเยี่ยมมาแล้วเหมือนกัน
เนื่องจากว่าเป็นคนไม่เข้าพิพิธภัณฑ์ ในไทยก็ยังไม่เคยเข้าเลย
เลยไม่อาจเปรียบเทียบได้ว่ามันใหญ่กว่า ดีกว่า หรืออย่างไร
ว่ากันตามรู้สึก
จากที่เห็น ลูฟ ใน ดาวินชี่โค๊ด
พิพิธภัณฑ์แห่งชาติของที่นี่ แตกต่างกันฟ้ากับเหว
เล็กกว่า เก่ากว่า(สภาพ) โทรมกว่า ฯลฯ ก็ถูกต้องตามตรรกกะ
แม้จะเล็กกว่าแต่ก็ใหญ่โตเอาการอยู่ มีพื้นที่ว่างเปล่าที่ปิดไม่ให้เข้าเพราะไม่มีอะไรโชว์อยู่ก็เยอะ
ก่อนที่จะเข้าไปได้ก็ต้องมีการซื้อบัตรเข้าชม
ราคาบัตรที่นี่มีราคาเดียวไม่ว่าคุณเป็นใคร คือ 5 taka เทียบเป็นเงินไทยก็ประมาณ สองบาทห้าสิบตัง
สองบาทเนี่ยะนะ ทำไมไม่ให้เข้าฟรีซะเลยล่ะ
เป็นการจ่ายเงินที่ mega คุ้ม มากๆ สองบาทกว่าเดินจนเจ็บตีนเลย
ด้วยความฉลาดสัตว์ๆอีกเช่นกัน เลยพกกล้องถ่ายรูปไปด้วย กะถ่ายรูปมาโชว์
หารู้ไม่ว่าเค้าห้ามเอาเข้าไป เลยโดนยึดทิ้งไว้ตรงปากประตูซะงั้น
 
ก้าวแรกที่เข้าไปก็เริ่มมีอะไรมาสะกิดซะแล้ว
เฮ้ย…คนเยอะว่ะ มาทำอะไรกันนักหนาเนี่ยะกับพิพิธภัณฑ์ คนเยอะจริงๆทุกเพศทุกวัย
คนบังกลาเทศทั้งนั้น หาพวกต่างชาติไม่มีเลย ผมซึ่งไปกะพี่ติ๋วท่านกงสุลที่กำลังจะหมดวาระเดือนหน้าเลยมาดูส่งท้ายเป็นคนต่างชาติกลุ่มเดียวเองมั๊งเท่าที่เห็น
พิพิธภัณฑ์คือที่ๆต้องไปสำหรับคนบังกลาเทศล่ะมั้ง
เพราะคุยกะคุณมิลลี่ สต๊าฟฝ่ายกงสุล เค้าถามว่าพิพิธภัณฑ์ของไทยเป็นอย่างไร
ไอ่เราก็ไม่เคยไปเลยตอบว่า ไม่รู้สิ ไม่เคยไปเลย
แกเอามือทาบอก ทำตาโต พร้อมอุทานออกมาว่า โอ้ววว..หม่าย ก๊อดดดด
อะไรกันนักกันหนาวะ แค่ไม่เคยไปพิพิธภัณฑ์
นั้นแสดงให้เห็นถึงความสำคัญ และความต้องไปของพิพิธภัณฑ์ สำหรับชาวบังกลาเทศ
 
เมื่อผ่านประตูเข้าไป ด้านซ้ายมือก็เป็นที่ขายของที่ระลึก หนังสือ ซีดี
แต่ดูเก่าๆ ไม่ค่อยมีคนซื้อถ้าไม่ใช่ชาวต่างชาติ เพราะไม่เห็นคนบังกลาเทศยืนดูเลย
ด้านขวามือ เป็นอะไรไม่รุ ไม่ได้เดินไป เพราะเห็นอะไรแว็บๆ เลยเดินตรงเข้าไปด้านในเลย
เมื่อเดินตรงเข้าไปผ่านบันไดตรงกลางเข้าไปมีห้องใหญ่ห้องหนึ่ง เหมือนห้องนิทรรศการ
แต่ Akram สต๊าฟฝ่ายกงสุลที่มาเป็นไกด์จำเป็นวันนี้บอก นั่นคือส่วนที่เป็นพิพิธภัณฑ์จีน ที่คนจีนมาเช่าไว้
พี่ติ๋วเลยบอกงั้นก็ขึ้นชั้นบนเลยละกัน เพราะเรามาดูของบังกลาเทศ
 
อ้าวววว………ไม่อ๊าววววว
จะดูของจีนๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
เพราะเห็นสาวจีนเดินอยู่ข้างในแว๊บๆ
หลังจากฉุดกระชากลากถูกันซักพัก ก็เลยจำใจต้องขึ้นไปดูส่วนของบังกลาเทศด้านบน เสียโอกาสนะเนี่ยะ
 
ก้าวแรกสู่ส่วนของบังกลาเทศ ห้องหน้าบันได ชั้นสอง
ในห้องแรก มีแผนที่ประเทศบังกลาเทศ แผ่นเบ้อเริ่มเต็มห้อง ทำเป็นแผ่นนูนยกสูงขึ้นมาเป็นแท่น มีคนนั้งเฝ้าแผงชื่อเมืองอยู่คนนึง
ในส่วนนี้เป็นส่วนที่แนะนำภาพของประเทศ เมืองอะไรอยู่ตรงไหน
เลยไปลองเล่นดู "ธากา" ผมบอกออกไป พี่คนเฝ้าแผงหันมามองหน้า คงนึกในใจ ก็มึงอยู่เนี่ยะแหละธากา ไม่รู้จิงเหรอว่าอยู่ที่ไหน
แต่ก็กดให้ ไฟก็สว่างวาบขึ้นบนแผนที่ให้รู้ว่าอยู่ตรงไหน ของประเทศ
เอ่อ "จิตตะกอง" พี่เค้ากดด้วยความรวดเร็วเพราะเป็นเมืองใหญ่อันดับสองของประเทศ คล่องว่างั้นเถอะ
เอ่อ "เชียงใหม่" ……..พี่เค้าหันมามองหน้าผมเหมือนกับถามว่าอะไรนะ "เชียงใหม่" ผมยังยืนยัน กรูจะดูซิว่าเชียงใหม่อยู่ตรงไหนในแผนที่เมิง
พี่เค้าทำหน้าคิด แล้วก้มมองดูแผงรายชื่อ ทำท่าไล่ไปทีละชื่อ
แล้วก็กดปุ่ม ไฟสว่างวาบขึ้นมาทางซ้ายของแผนที่ พร้อมทั้งยิ้มให้ผมประมาณ กรูเจอแล้ว
เฮ๊ยย……มีเชียงใหม่จริงๆเหรอวะเนี่ยะ ไหนวะ เอ้า…เจือกเขียนเป็นภาษาเบงกาลีซะอีก  จะรู้ได้ไงวะว่าไม่มั่ว
ไปดักั่ว…..ไม่เล่นด้วยละ
ห้องถัดๆไป ก็โชว์อะไรที่มันเอ่อ.. โชว์ทำไมเนี่ยะ อาทิเช่น มำพร้าว ใบกระเพรา ข้าว เปลือกไม้
ห้องถัดไปล่ะ หิน ดิน ทราย ควอร์ทซ เก่าๆขุ่นๆ
ห้องถัดไปซิ สัตว์สต๊าฟ เช่น นก ลิง มีแต่ตัวเล็กๆ แต่ก็มี โครงกระดูกสัตว์ใหญ่มาโชว์อยู่เหมือนกัน คือซากปลาวาฬยุคไดโนเสาร์ ที่ดูสมบูรณ์มาก เห็นว่าเจอที่เมืองท่าจิตตะกอง
ที่เหลือก็ไม่มีไร ห้องถัดไป เป็นอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือในชีวิตประจำวันชาวบ้าน
ค่อยๆไล่จากไปมีอะไรไปเรื่อยๆ ก็เริ่มมีอะไร เช่นพวก ผ้า หม้อไห ตุ๊กตาเก่าแก่ เหรียญ เครื่องแต่งกายตามยุค เครื่องประดับประดา เอกสารบันทึก ศิลาจารึก รูปปั้น พระพุทธรูปยุคต่างๆ ไล่ไป
ยิ่งชั้นสามก็ยิ่งน่าดูขึ้นไปเรื่อยๆ ทั้งอาวุธสมัยต่างๆ ตั้งแต่ดาบ กริช พวกงานฝีมือ เครื่องประดับตกแต่ง แต่จะเป็นอะไรที่ยุคใหม่ สื่ออิทธิพลจากยุโรป สมัยอังกฤษครองเมือง
มีผ้าชนิดหนึ่ง ที่ Akram เล่าว่าถูกทอขึ้นสมัยอังกฤษครองเมือง แต่เมื่ออังกฤษกลับไป ก็ได้เอาคนที่ทอได้มาตัดมือทิ้งให้หมด เพื่อไม่ให้มีใครทำได้อีก น่าเศร้าจริงๆ
ในชั้นสามนี้มีส่วนที่เป็นห้องแสดงภาพวาด งานศิลปะ งานในห้องแรกๆดูเรียบง่าย แต่สื่อออกมาถึงยุคสมัยแห่งความลำเค็ญ ความยากลำบาก
ภาพคนและสุนัขแย่งคุ้ยขยะกิน ภาพขอทาน ผู้คนผ่ายผอม เด็กอดอยาก
ภาพส่วนนี้ถูกวาดขึ้นช่วงประมาณปี 1940-1960 โดยประมาณ สื่อถึงภาพเหตุการณ์จริงในสังคมยุคนั้น
ส่วนภาพในห้องถัดมาเริ่มเป็นอะไรที่นามธรรมมากขึ้น สีสันดูรุนแรงให้ความรู้สึกที่ aggressive ดูแล้วไม่ค่อยเพลินตาเลยเดินผ่านไป
จากที่เข้ามาบ่ายสาม เดินมาจนเกือบหกโมง
จ่ายสองบาทกว่า เดินซะตีนระบม ยังไม่หมดเลย ซักพักผู้คนก็กรูกันออกมา เหมือนถูกกวาดต้อน
ใช่จริงๆด้วย เจ้าหน้าที่เขาเริ่มไล่ต้อนผู้คนแล้ว เพราะที่นี่จะปิดหกโมงเย็น ต้อนกันโหดทีเดียวไล่ยังกะอะไร
เราก็ดีใจ เฮ้อไปได้ซะที เพราะเหนื่อยและหิวน้ำเต็มทีละ เหลือกี่ชั้นไม่รุ มีอะไรดูอีกไม่รุ
แต่การเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ที่นี่ให้ความรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก
 
ประการแรก มันไม่ติดแอร์ และไม่มีหน้าต่าง  แม้จะเป็นที่โอ่โถงกว้างขวาง แต่เดินตอนบ่ายๆร้อนๆ คนเยอะๆ แหม อากาศไม่ค่อยดีเลยอ่ะ(กลิ่นอ่ะกลิ่น)
ประการที่สอง สภาพไม่ค่อยดี โทรมไปนิดนึงนะ ระบบการดูแลของที่จัดโชว์ก็ ไม่มีการป้องกัน คือมือคนเอื้อมไปจับได้เกือบทุกชิ้น
ทั้งภาพวาด งานฝีมือ ภาพแกะสลัก พระพุทธรูป มีบางอย่างเท่านั้นที่ใส่ตู้โชว์ แต่ก็ไม่ยากที่จะขโมยว่างั้นเถอะ
แล้วภาพวาดคิดดูเหอะ ไม่ติดแอร์ให้ ไม่ได้ห้ามจับ ไม่มีอะไรหุ้มหรือป้องกัน จะอยู่ไได้นานเท่าไหร่ล่ะ
ประการที่สาม เหมือนเราเป็นของโชว์ ทุกคนที่เดินผ่านจะหยุดมอง แอบจับกลุ่มซุบซิบ ชี้ให้กันและกันดู
บางคนเราหยุดดูอะไรซักอย่างนึง พี่แกก็เดินมาแล้วก็หยุดยืนเท้าสะเอวดูเรา เหมือนเราดูของโชว์งั้นแหละ แล้วก็ถลึงตาจ้องๆๆๆ อึดอัดชิบเป๋ง
พี่คนนึงที่ กต.เค้าบอกว่า เค้าดูเค้าสนใจ จริงๆไม่ใช่เรื่องไม่ดี มันเหมือนกับคนไทยสมัยก่อนที่เห็นฝรั่งก็เรียกกันมาดู เพราะแปลกตา
มันเป็นเรื่องความชื่นชม เพียงแต่การแสดงออกของเขาไม่ค่อยดีเท่าไหร่เท่านั้นเอง
ครับ…อย่างไรก็ได้ แต่ผมอึดอัดน่ะครับ แต่ผมก็ไม่ได้ว่าเค้านี่
คนชื่นชมก็มีคนที่เห็นเราเป็นเหยื่อก็มี พี่ติ๋วที่ไปด้วย แกสะพายกระเป๋าไว้ด้านข้างตัว แล้วก็มีผู้ชายคนนึงมายืนจ้องคอยหาโอกาส
กำลังจะหยิบอยู่แล้ว พี่แกหันมาพอดี ผู้ชายคนนั้นถึงกับสะดุ้ง ไม่ได้คิดจะทำอะไรแล้วสะดุ้งทำไม
แต่เราก็ไม่ได้โวยวายอะไรทำเป็นไม่รุไม่ชี้ซะ มันก็ยังจดๆจ้องๆ พยายามหาโอกาสอยู่ ไม่หนีไปไหน ไม่เดินแซง ตามหลัง วนๆเวียนๆน่ารำคาญ
แต่ไม่มีโอกาสหรอก ก็พวกเรารู้ตัวกันแล้วนี่่
พอถูกไล่เราก็ลงอ่ะดิ
พอลงมาได้ กล้องๆๆๆ อ้อ…ยังปลอดภัย โล่งใจไป
 
บทสรุป
คนที่นี่นิยมเข้าพิพิธภัณฑ์ ดังนั้นพิพิธภัณฑ์ก็สามารถใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของเค้าได้
สังเกตจากที่ได้เดินดู ในพิพิธภัณฑ์มักจะโชว์แต่ป้ายชื่อว่าคืออะไร หิน แล้วไงล่ะ ต้นไม้ แล้วไง ผ้าชิ้นนี้สวยดีแล้วไงล่ะ
สิ่งที่ขาดไปคือคำอธิบายและ story ที่สามารถสอดแทรกเกร็ด เรื่องราว ความรู้ลงไปได้
ถ้ามีได้จะช่วยให้คนของเขารู้อะไรได้อีกเยอะ บนความกระตือรือล้นสนใจในการเยี่ยมชมของคนของเขา
 
จีนมันฉลาด บนความนิยม จีนเช่าพื้นที่ชั้นล่างสุด เดินเข้ามาก็เจอ เปิดในส่วนของเขา
ทำให้คนบังกลาเทศได้รับรู้บางส่วนเสี้ยวของจีน
ฝังความเป็นจีนลงในความสนใจของคนที่นี่
เห็นยุทธศาสตร์ของ สอท.ในเรื่องการสอดแทรกความเป็นไทยลงในทุกอณูของสังคมบังกลาเทศ
เพื่อประโยชน์และผลเชิงบวกต่อมิติด้านอื่นๆของเรา
อืม…..ที่พิพิธภัณฑ์ที่นี่ยังมีส่วนที่ว่างอยู่ หลายส่วน
ถ้าสามารถติดต่อขอเช่าจัดแสดงในส่วนของเรา ก็จะสามารถช่วยให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ของเราได้
เป็นพื้นที่ๆ คนบังกลาเทศเดินเข้ามาหาไม่่ต้องวิ่งไปหาเพื่อโปรโมท
นอกจากประชาสัมพันธ์ความเป็นไทย ยังช่วยประชาสัมพันธ์งานต่างๆที่เราจะจัดที่นี่ได้อีกด้วย
แต่คงไม่เกิดล่ะ เพราะคงใช้เงินมากโขอยู่ และบังกลาเทศไม่ได้ถูกจัดให้มีความสำคัญขนาดนั้น
ประเทศนี้ถูกมองข้ามอยู่
 
สุดท้าย เพิ่งรู้ว่าหน้าเหมือนคนอินเดีย
มีคนบังกลาเทศคนนึงมายืนมองหน้าแล้วเอ่ยปากถามขึ้นมาว่า อินเดี๊ย??
อินเดียบ้าไรเล่า หนวดก็โกนแล้ว ผมก็สั้นสกินเฮด
โคเรี่ยนเว๊ยโคเรี่ยน ยู โน๊ววววว
 
 
 
 
ข้อความนี้ถูกเขียนใน ไม่มีหมวดหมู่ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

9 ตอบกลับที่ afternoon at the museum

  1. wuttithon พูดว่า:

    ดีหนี่หว่า ได้ไป Museum มาแล้วด้วย
    ฉันยังไม่ได้ไปอะ กะจะไป weekend นี้
     พรุ่งนี้สบายใจ มีงานเลี้ยงที่ทำเนียบต้อนรับ วปอ.
    พี่แม่ครัวบอกว่า น้องเอกไม่ต้องทานกลางวันเยอะนะ
    พี่เตรียมก๊วยเตี๊ยวหมูไว้ให้ รอดตายไปอีก 1 มื้อ สำหรับคนอาหารไม่เป็น🙂

  2. Pummie พูดว่า:

    นั่นดิ ชั้นก็ว่าชั้นออกจะดูอินเต๊อร์อินเตอร์……ชอบมาพูดภาษาจีนกะชั้นเซรงงงเลยย…………เอิ๊กส์ (ยืมน้องนันมา)

  3. Borimas พูดว่า:

    ไหงเขียนบล็อกเร็วจังวุ้ย งั้นเหมียวเม้นท์รวมเลยนะที่ กพช.มีน้ำดื่มหลายยี่ห้อล่ะ ที่ดื่มบ่อยๆก็ Lyyon กับ วารี(เขียนเป็นภาษาแขมร์)แต่เคยลองยี่ห้ออื่นเหมือนกัน ไม่รู้รสว่าต่างกันยังไงแฮะเห็นต่างแค่แพ็คเกจอ่ะ ยิ่งถูกขวดมันจะยิ่งบาง…แต่พยาธิเยอะขนาดไหนไม่รู้เพราะกินไปหมดแล้ว
    ของเหมียวซุปเปอร์ของน้อยมากกกกกก…แต่พออ่านเรื่อง"คลังแสง"พี่หนุ่มแล้วอิจฉา เดี๋ยวออกไปซื้อตุนบ้างดีกว่าแต่นะ…เหมียวว่ากินอาหารสดบ้างก็ดีนะพี่หนุ่ม จะได้ให้ร่างกายมีของสดๆเข้าไปบ้าง พวกที่พี่ซื้ออ่ะ…มันของแปรรูปทั้งนั้นเลย
    ไอ้เรื่องช็อคโกแท่งใหญ่…เสียดายวุ้ย มาเดาไม่ทัน รอบนี้ปุ้มได้รางวัลใช่มะ
    ส่วนพิพิธภัณฑ์ในพนมเปญไปมาแล้ว…เดี๋ยวไว้เล่ามั่งหลังเล่าเรื่องคุกโตนสเลงอ่ะ

  4. นอรธ พูดว่า:

    เฮ้ออออ อยากไป พิพิธภัณฑ์ มั่ง เท่าที่คำนวณ ดู พี่บอกเค้าได้เลยค่าเข้า ตกประมาณ ๔,๐๐๐ อัฐ
    เลยไม่ค่อยมีคนไป พิพิธภัณฑ์ไทย เท่าไหร่ นักครับ

  5. W a n w i s พูดว่า:

    ใฝ่ศึกษานะเนี่ยไปพิพิธภัณฑ์
    ส่งเป็นบันทึกข้อความได้ปะ

  6. Gumby พูดว่า:

    555 พูดทีไรเห็นภาพทันทีเลยพี่หนุ่ม 5555 ตอนนี้สถานการณ์ที่ ถาบันฯก็เรื่อยๆ เงียบๆเหงาๆวังเวง  เดือนหน้า นปร.2 ก็จะไปอยู่ก่ะส่วนกลางแล้ว  เฮ้อ……สบายหูแล้วเรา(อุ๊บ*-*)

  7. hon พูดว่า:

    ทำไม บลอกหงมันไม่ขึ้นเป็นดาวว่าพี่หนุ่มอัพบลิกแย้วอ่า…
     
    ทำไมพิพิธภัณฑ์มัโหดงี้อ่ะ
    ทำไมฉันไม่ไปพิพิธภัณฑ์ฮ่องกงซักที(วะ)
    มัวแต่อ้างว่าฝนตก แหะ แหะ

  8. Pummie พูดว่า:

    เมื่อไหร่จะมาอัพอีกอ่ะ…รออ่านอยู่หายไปนานแล้วนะเฟร้ยยย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s