กลับเชียงใหม่…ไปถนนคนเดิน

คงพอรู้กันบ้างแล้วว่า นอกจากที่น่าน บ้านเกิดที่โตมา
ผมมีบ้านที่เชียงใหมด้วย(จริงๆก็ไม่ใช่ของตัวเองหรอก เพราะไม่ได้จ่ายตังซื้อเองทั้งสองหลัง)
บ้านที่เชียงใหม่ ตอนนี้เหมือนกลายเป็นบ้านของน้องชายไปแล้ว เพราะมีมันอยู่คนเดียว
ส่วนคนอื่นในครอบครัวอยู่ที่อื่นกันหมด นานๆก็ไปอยู่ ไปดูบ้านกันที
ส่วนผมก็ประมาณ สองเดือนครั้ง
จริงๆทั้งพ่อและแม่ก็อยากให้เวลากลับบ้าน
ให้กลับเชียงใหม่ดีกว่า เพราะจะได้ดูน้อง ดูบ้าน ไปด้วยเพราะน้องอยู่คนเดียวไม่รู้เป็นไง หมายถึงทั้งคนทั้งบ้านนั่นแหละ
และด้วยความที่ว่าเรียนจบที่เชียงใหม่ เคยทำงาน ใช้ชีวิตอยู่เชียงใหม่มาเป็นเวลานาน
มีความทรงจำต่างๆมากมายอยู่ในหลายๆอณูของเมืองเชียงใหม่
แฟนคนเดียวที่เคยมีก็อยู่ด้วยกันที่เชียงใหม่ ไปไหนมาไหนก็มีแต่สถานที่ของเราเต็มไปหมด
นั่นเลยทำให้เวลาไปเชียงใหม่ ไม่ออกไปไหน อยู่แต่บ้านมันซะเลย เด๋วคิดถึง 5555
จริงๆแล้วก็มีสาเหตุอื่นด้วยแหละครับ
เช่น เชียงใหม่มันมีอะไรเยอะ ออกบ้านทีมันอดจ่ายตังไม่ได้ ออกบ้านแล้วเปลืองเหลือเกิน
อีกข้อก็ บ้านผมแอบนอกเมืองนิดนึง จะว่าไกลก็ไม่ไกลหรอกถ้ามีรถยนต์ แต่มอเตอร์ไซค์ก็ใช้ได้เลยล่ะ
แดดเชียงใหม่ก็ร้อนใช่เล่นถึงแม้อากาศจะดีก็ตามที แต่บิดมอไซค์ออกบ้านทีก็กลับมาดำเลยทีเดียว
แล้วบ้านที่ว่าแอบอยู่นอกเมืองนิดนึง แถวมันก็อากาศดีมากกกกกก เย็นสบายยย อากาศสดชื่น ถึงบ้านแล้วอยากนอนนนนไม่อยากไปไหนเลย
 
 
นี่แหละหลังนี้เลย  ใครผ่านไปเจอบ้านหน้าตาแบบนี้
แล้วมีผู้ชายหัวเถิกหน้าเหมือนผมเปี๊ยบแต่ไม่มีปาน นั่งตัดหญ้า รดน้ำต้นไม้อยู่หน้าบ้าน
เข้าไปขอข้าวกินได้เลย
(แล้วมันก็จะต้มมาม่าให้กิน เพราะจนพอกันเลยพี่น้องคู่นี้ 555)
 
 
นี่ก็หลังบ้าน ถ่ายออกจากหน้าต่างห้องนอนผม
ฉากหลังบ้านก็จะเป็นดอยสุเทพ
จะเห็นว่าหลังบ้านไม่มีบ้านใครมาบัง ลมเลยโกรก
เปิดหน้าต่างให้ทะลุหน้าบ้านหลังบ้านนี่อากาศดีจนหนาวเลย โดยเฉพาะช่วงเช้าๆ ไม่อยากตื่นเลยยยยยยย
 
ครับด้วยเหตุนี้ พอไปถึงเชียงใหม่ผมจึงกลายเป็นเด็กติดบ้าน
พอถึงก็เข้าโลตัสก่อน ตุนเสบียง แวะร้านเช่าวีซีดี กับร้านการ์ตูนหน้าหมู่บ้าน
เข้าบ้านได้ก็ไม่ออกไปไหน กินนอน ยิ่งตอนนี้ติดอินเตอร์เน็ตแล้วด้วยยิ่งไม่ต้องไปไหนกันใหญ่
ไปเชียงใหม่ทีไร พอกลับกรุงเทพก็กางเกงคับทุกทีไป
ก็กินนอน ไม่อ้วนไงไหว
 
แล้วไม่ออกไปไหนจริงๆหรือ?
ก็ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ พอถึงเชียงใหม่มันก็มีที่ต้องไป หรือมีร้านอะไรต้องกินอยู่บ้างสำหรับแต่ละคน
ผมก็มีเหมือนกัน เรื่องกินน่ะผมมีร้านข้างทาง หรือร้านอาหารห้องแถวที่ต้องไปกินทุกทีของผมอยู่
ส่วนร้านใหญ่ๆ ไม่ค่อยมีหรอก ด้วยเหตุผล
เปลือง
ไม่ใช่ที่ๆน่าไปกินคนเดียว
และ ความเปลี่ยนแปลง ปรับปรุงตัวเอง ไม่งั้นตามตลาดไม่ทัน มันจึงไม่ใช่ของคุ้นเคยสำหรับเราเวลากลับไป
แต่ร้านเล็กๆ เมื่อก่อนเป็นไง ก็เป็นงั้น
บางที่ๆไปไม่ใช่เพราะมันดีเลิศกว่าชาวบ้านชาวช่อง แต่ไปเพราะคิดถึง พอไปถึงก็รื้อฟื้นบรรยากาศ เพราะความคงเดิมของมันนั่นเอง
ไม่ขอกล่าวถึงละกัน เพราะความทรงจำใครความทรงจำมัน อดีตใครอดีตมัน เล่าไปใครจะอินเท่าตัวเองได้เล่า
 
มีสถานที่นึงที่ผมชอบไป ซึ่งทุกคนคงรู้จักหรือได้ยินกันมาบ้างไม่มากก็น้อย
ซึ่งส่วนใหญ่เวลาผมไปเชียงใหม่ ผมไม่ค่อยได้ไปหรอก เพราะมันเปิดวันอาทิตย์เย็น ซึ่งต้องนั่งรถกลับพอดี
นั่นก็คือ "ถนนคนเดิน" นั่นเอง
ตอนผมเรียน ถนนคนเดินยังไม่มีครับ เพิ่งมีมาไม่กี่ปีเอง โชคดีจังไม่งั้นที่นั่นความทรงจำเพียบแน่
แต่แม้จะไม่กี่ปี แต่ก็แอบมีความทรงจำทิ้งไว้ที่นั่นเหมือนกัน
 
ครับล่าสุดที่ผมกลับเชียงใหม่ พอดีลาจันทร์-พุธ ก็เลยไปเดินเล่นถนนคนเดินได้
ถนนคนเดิน เริ่มจากตรงประตูท่าแพ ตรงยาวไปถึง หน้าวัดพระสิงห์
เมื่อก่อนถึงแค่สถานีตำรวจ แต่ตอนหลังขยายไปจนสามแยกวัดพระสิงห์แล้ว
แล้วก็มีอีกเส้นที่ตัดกันเป็นกากบาทอยู่กลางเมือง ด้านหนึ่งถึงอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ อีกด้านถึงไหนไม่รู้เพราะไม่เคยเดินไปดูซะที
 
ถนนคนเดินเชียงใหม่ ขยายตัวขึ้นเรื่อยๆในทุกครั้งที่ได้ไปเหยียบ
(เหมือนเอวของพวกเราหลายๆคนที่ขยายขึ้นทุกทีที่เจอกัน)
คนก็รู้สึกจะแออัดมากขึ้นตามไปด้วย
 
 
ตอนนั้นที่ไปขนาดไปตอนตลาดจะวายแล้วคือประมาณสี่ทุ่มกว่า คนก็ยังเพียบอยู่เลย แม้หลายๆร้านจะเก็บร้านไปแล้วก็ตาม
การเดินถนนคนเดิน ต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงเลยทีเดียวกว่าจะเดินหมด ได้อรรถรสครบ เพราะมันกว้างมากกกกก
นอกเสียจากว่าจะมีเป้าหมายชัดเจนว่าจะไปซื้ออะไรที่ไหน
เช่น ผมตั้งใจไปหาอะไรกิน ก็เดินหาวัดสถานเดียว เจอวัดก็เข้าไป ในวันนั้นวัดจะกลายเป็นศุนย์อาหารครับ
มีทั้งอาหารธรรมดา อาหารพื้นเมือง หรืออาหารพื้นเมืองประยุกต์ หรืออาหารแปลกๆไม่เคยเห็นที่ไหน
ผมคนเหนือแท้ๆ ก็เพิ่งเคยเห็นหรือได้ยินได้ชิม "ไข่ป่าม(ไข่ทรงเคลืองปิ้งในกระทงใบตอง)" ที่นี่แหละ และอื่นๆอีกมากมาย
 
 
ร้านเค้กนี้ไม่มีอะไร แค่จำได้ว่าครั้งแรกๆที่ไป เคยซื้อเค้กร้านนี้จีบหญิงนี่หว่า
แต่ไม่เวิร์คแสดงว่าไม่อร่อยสิเนี่ยะ หลายปีผ่านไปยังอยู่อีกเหรอ
 
นอกจากไปหาอะไรกินเหมือนผมแล้ว
คนเขาไปถนนคนเดินทำไมกันอีกบ้า
แน่นอนที่สุด ซื้อของสิครับ นั่นน่าจะเป็นเหตุผลหลักของคนส่วนใหญ่
สินค้าหลากประเภท หลายราคา ทั้งหาได้ทั่วไป ของโหล จนถึงชิ้นเดียวในโลก มีที่นี่
สินค้าหรือของที่ขายที่นี่ มีความน่าสนใจในตัว
นอกจากสินค้าทั่วไป ไปรับตามโรงงาน ยังมีสินค้าทำมืออยู่เยอะมากทีเดียว
ไม่ว่าจะจากกลุ่มชุมชน กลุ่มคนหรือจากคนๆเดียว
เอกลักษณ์อย่างนึงเวลาเดินดูของ ที่ถนนคนเดิน คือเดินแล้วรู้สึกถึงบรรยากาศแบบพื้นเมือง หรือแบบล้านน้าาาา ลานนาาา
ซึ่งสอดแทรกในตัวสินค้า หรือคนเสนอสินค้าตามสองฟากข้างทาง(และตรงกลางระหว่างทาง)ของถนนคนเดิน
สินค้าอันเป็นเอกลักษณ์ มีความเป็นพื้นเมือง สินค้าพื้นเมืองหรือสินค้าที่แทรกความเป็นพื้นเมืองทางเหนือลงไป
เป็นอีกเสน่ห์และความน่าสนใจของถนนคนเดิน ที่น่าเพลิดเพลินเวลาได้เดินดูชม
แม้แต่ตัวผมเองที่เป็นคนเหนือโดยแท้ ยังสนุกและเพลิดเพลินไปกับการเดินดูของได้
 
นอกจากสินค้าที่มีความพื้นเมืองทางเหนือผสมเจอปนในสินค้าและอณูเนื้อแห่งบรรยากาศ(เดินไปก็จะได้ยินภาษาเหนือ เสียงดนตรีพื้นเมืองล่องลอย ได้บรรยากาศและอารมณ์แบบล้านนาดีจริง)
ที่นี่ก็ยังเป็นตลาดนัดไอเดีย และตลาดโอกาสของเด็กเชียงใหม่ หรือเด็กที่อื่นที่มาอยู่เชียงใหม่อีกด้วย
หลายร้านที่มีสินค้าทำมือคิดเองทำเอง แล้วแปะป้ายร้านนี้ขายไอเดีย หรืองดถ่ายรูป ซึ่งผมก็มิได้ไปแอบถ่ายมาแปะให้ดูว่ามีอะไร ดังนั้นเชิญไปดูกันเอาเองเถิดพี่น้อง
ที่นี่เป็นโอกาสของคนที่อยากมีโอกาศ
มีไม้แผ่นนึง ก็หาเงินได้ มีกะลาก็เอามาแปลงเป็นเครื่องประดับเก๋ๆได้
ดินเหนียวหนึ่งก้อน ปั้นๆเจาะๆก็กลายมาเป็นนกหวีดดินเพ้นท์ลายเก๋ๆสีสรรจัดจ้าน กลมๆเล็กๆน่ารัก ร้อยเชือกพร้อมมัดแบบเท่ห์ๆ กลายเป็นเครื่องประดับหน้าตาดีขึ้นมาได้ซะงั้น
ดินก็กลายเป็นเงิน(ถืออยู่ในมือ แต่ลืมกล้องถ่ายรูป ไว้ถ้าไม่ลืมจะถ่ายรูปมาแปะ)
อย่างนี้เป็นต้น
ใครทำอะไรได้ มีความสามารถอะไรไม่ขายก็เอามาโชว์ กลายเป็นเงินหมด
คุณป้าคนนึง ทำกระเพาะปลาอร่อยก็ทำมา ใส่ถังมาตั้งเตาขาย ขายดิบขายดี
ที่มี่มีโอกาสให้ทุกคนเสมอ
เพราะคนมันเยอะ กำลังซื้อมหาศาลรอคุณอยู่
ดังนั้นใครทำอะไรก็เป็นเงินบนถนนเส้นนี้
ผมเห็นผู้ชายคนนึง เอากีต้ามาตัวนึงแล้วก็ยืนเล่นไม่สนใคร โหวกเหวกโวยวาย จะว่าเพราะก็ไม่เพราะพี่ลุยแต่เพลงกรันจ์
เดินผ่านไปดูในซองกีต้าที่วางกับพื้นก็มีทั้งเศษเหรียญและเศษแบ๊งก์เต็มไปหมดเหมือนกัน
 
ด้วยความหลากหลายและน่าสนใจ ที่นี่จึงเป็นที่ดึงดูดเงินออกจากกระเป๋าไปมากใช้ได้ทีเดียว
ขนาดตั้งใจไปหาไรกิน ก็ยังเสียเงินซื้อของมากกว่าที่ใช้กินไปเกือบห้าเท่า
ที่นี่มันมีจุดขายหรือประเด็นดึงเงินจากกระเป๋าที่หลากหลาย
คือไม่กิน ไม่ซื้อของก็ยังมี เรื่องการกุศล มาดึงเงินคนใจบุญอีก
 
 
นี่น้องชายผม ไม่กิน ไม่ซื้อ ก็เสียตังบริจาคช่วยศูนย์ดูแลน้องหมาจนได้
ใครตั้งหน้าตั้งตาเดินๆๆๆ ก็ต้องมีเมื่อยกันมั่ง ถ้าจะเดินต่อก็ต้องพัก มีนวดฝ่าเท้า นวดตัวบริการ
นั่งนวดไปดูคนไปก็เพลิดเพลินได้อารมณ์อีกแบบไป
เดินๆไป เกิดกระหายก็มีร้านกาแฟหน้าตาดีไว้รองรับหลายร้าน
ถ้าหิวข้าวไปเลยก็มีร้านอาหารทุกระดับไว้รองรับและบริการ
บ้านหรืออาคารที่พักตามสองฟากทาง ถูกแปรสภาพเป็นร้านอาหารตกแต่งฮิปๆ น่าเข้าไปนั่งพักเปลี่ยนจากผู้เลืกชม(สินค้า)เป็นผู้ชม(วิถีชีวิตถนนคนเดิน)
 
 

 
เหตุผลหลักอย่างนึงที่สำคัญทีเดียวสำหรับผมที่ชอบที่จะไปถนนคนเดินนอกจากเรื่องกินเรื่องซื้อ
ก็คือ ถนนคนเดินไม่เคยขาดคนหน้าตาดี
ไม่ว่าจะเป็นคนเดินหรือคนขาย
ด้วยว่าคนมันเยอะ แถมเป็นเชียงใหม่อีก คนเหนือต่อให้หน้าตาธรรมดาแตก็ได้ขาวล่ะวะ
อากาศก็ดีไม่มีความรีบเร่งรถติดวุ่นวาย ผู้คนก็สบายๆ ยิ้มแย้มแจ่มใส ผิวพรรณดีคนก็ดูดีเป็นธรรมดา
 
เคยบอกรึยังว่าสมัยเรียน มช ผมก็หน้าตาดีนะ  55555
 
ครับ ดังนั้นทั้งคนซื้อคนขายหน้าตาดีจึงมีเพียบบบบบ
คนขายนั่งขายของอยู่กับพื้น หยิบของ รับของ รับเงิน จัดวางสินค้า
ต้องนั่นๆคลานๆอยู่กับพื้น เราคนซื้อ นั่งบ้างยืนบ้างอยู่ข้างหน้า นึกออกไม๊ครับ วิวมันดีจริงๆ
แหม มันก็มีกันบ้างแหละนะผู้ชายน่ะ
นี่ด้วยแหละ ที่ทำให้การเดินถนนคนเดินต้องใช้เวลานานนนน 5555
 
ถนนคนเดินมีความประทับใจให้ผมเสมอ ไม่ได้พูดถึงตัวสินค้านะ
แต่เป็นวิถีชีวิต และผู้คน
ผู้คนหลากเพศ หลายวัย ต่างเชื้อชาติ ชีวิตที่แตกต่าง ที่ได้มาอยู่รวมกันในที่เดียวกัน ผสมผสานเป็นภาพชีวิตที่สับสนแต่น่าสนใจและน่าประทับใจ
เพียงนั่งมองผู้คนเดินผ่านก็น่าสนใจพอแล้ว
เราอาจเจอเพื่อนเก่าที่ไม่ได้เจอกันมานานแสนนาน
คนดังแอบมาเดินเล่น
คนในภาพฝัน ว๊าววววววว
ที่เดินผ่านไป หรือแล้วแต่ใครจะวิ่งไปไขว่คว้า
 ผมเคยเดินผ่านน้องผู้หญิงคนหนึ่ง หน้าตาน่ารักเรียบร้อยสเป๊กมาก ไม่ได้มากับผู้ชายอีกต่างหาก
เดินผ่านแล้วสบสายตากันหนึ่งแว๊บ
เราแอบเหม่อ เลยเผลอไปชนพี่คนนึงที่นั่งยองๆเลือกของอยู่กับพื้น
ไม่รุนแรงแต่ก็ดู เหวอๆโก๊ะๆขำๆ ขอโทษขอโพย มาดไม่มีเอาซะเลย
น้องเขาแอบขำเล็กๆ เราแอบอาย
ต่างเดินผ่านกันไป
พอเริ่มดึก เราก็จะกลับ เดินผ่านร้านกาแฟ
น้องคนนั้นนั่งละเลียดกาแฟพักเหนื่อยหันหน้าออกมานอกร้าน
ในระยะกระชั้นชิดที่ไม่ได้ตั้งใจ สายตาแอบสบกันอีกคำรบ
น้องเขายิ้มน้อยๆออกแนวน่ารักน่าประทับใจพร้อมผงกศรีษะทักทายเล็กๆเหมือน หวัดดีค่ะคุณพี่ซุ่มซ่าม
เราก็ยิ้มเล็กๆแบบเขินๆพร้อมผงกศรีษะทักทายเล็กๆกลับไป
แล้วก็เดินยิ้มจากมา
พร้อมความรู้สึกดีๆ น่ารักๆ ที่ไม่ได้จ่ายตังซื้อ
 
ทำไมไม่เข้าไปทำความรู้จักล่ะ น้องชายถาม
อืมม……..ทำความรู้จักน่ะง่าย แต่รักษาหรือพัฒนาความสัมพันธ์ มันยากไป
พอใจแค่เรื่องเล็กๆแค่นี้แหละ โอละ
น้องเขาน่ารักดี เขาแค่อัธยาศัยดี
เขายิ้มคงไม่ได้เชิญชวนหรอกน่า
แล้วก็นะ รู้ตัวเองอยู่ ไม่ได้หน้าตาดีขนาดนั้น
อย่างน้อยก็ไม่ดูดีขนาดที่ผู้หญิงที่ไม่รู้จักมักจี่จะรู้สึกดีด้วยได้ จากรูปร่างหน้าตาท่าทางหละ
แต่พอเป็นไปได้หากรู้จักคุ้นเคย ได้เห็นอะไรอีกเยอะ(นิสัยน่ะ…..นิสัย)
 
มีคนแอบยิ้มให้ก็พอใจละ(เขาอาจยิ้มให้ผู้ชายด้านหลังก็ได้นิ ไม่ทันมองด้วยสิ)
 
 
แค่นี้ก็ได้ยิ้มละ อีกหนึ่งเหตุการณ์ให้ระทึกหลึง(ระลึกถึง)
 
 
 
 
ปล1 ใครไปเชียงใหม่ก็ลองหาโอกาสไปเดินเล่นดูนะครับ อาจถูกล้วงกระเป๋า……
เอ๊ยยย…อาจประทับใจเซ่
ปล2 รูปน้อยเพราะพอไปถึง เปิดกล้องปุ๊บ แบตเหลือขีดเดียวเลย เลยถ่ายได้ไม่เยอะ
ปล3 แต่ถ่ายวีดีโอคอนเสิร์ตกลางถนนไว้ แต่เอามาใส่ไงอะ ไม่อยากใช้ฟังก์ชั่น win media player ขี้เกียจแปลงเป็นแฟลชอะ
ใช้ของผู้ให้บริการอื่นได้ป่าว ใครรู้สอนทีเดะ
 
 
ข้อความนี้ถูกเขียนใน ไม่มีหมวดหมู่ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

9 ตอบกลับที่ กลับเชียงใหม่…ไปถนนคนเดิน

  1. เหมือนจ๋า พูดว่า:

    ฉันอยากจะบอกว่า…
     
     
    น้องเธอ…..
     
    หน้าเหมือนเธอมาก
     
     
    มาก
     
     
    มาก

  2. นอรธ พูดว่า:

    โอ๊ะ สำเนาถูกต้อง

  3. jarunan พูดว่า:

    สิ่งหนึ่งที่พี่หนุ่มทำถูกต้อง คือการหลบอยู่ในบ้านช่วงที่มีแดดจัด
     
    การโมหน้าแร้วไปสู้แดด จะไม่เวิกสู้เก็บตังไว้ซื้อมาม่าไม่ได้
     
     
    วิธีหาเงินอีกรูปแบบนึง ครือให้น้องชายไปมีชีวิตกระยาจกที่ไหนสักแห่ง แบบค่าเช่าสักพันห้า รวมค่าน้ำค่าไฟสักสองพัน
     
    แล้วปล่อยบ้านให้เช่า น่าจะได้สักห้าถึงเจ็ดพัน แร้วเอาส่วนต่างมาแบ่งกันงี้ แร้วพ่อแม่ก้อจะตัดลูกตัดพ่องี้
     
    ดีป่ะ
     
     
     
     
     

  4. Borimas พูดว่า:

    หน้ากับเถิกเหมือนกันชะมัดเลยพี่

  5. hon พูดว่า:

    หน้าเหมือนเจงๆแหละ
    ภาพที่ถ่ายมาสวยมากเลยคุณพี่
    อยากให้ถ่ายรูปที่น่านมาด้วยนะ(ขอไว้ในโอกาสหน้าซะเรย)
    ภาพ ภูเขา ซ้อนกันเป็นสีคราม ถนนราวริ้บบี้นสีน้ำเงินเข้มคดเคี้ยวลัดเลาะตามเนินเขา
    ต้นไม้ใหญ่เขียวขจีโค้งอ่อนช้อยสองข้างทางบังเงาให้ถนน
    หมอกจางๆไล้ตามทิวเขา ยอดไม้ และเรี่ยใบหญ้า
    จับใจศิลปินมาหลายคนแล้วเน้อ ปี้จาย

  6. จารุภัทร พูดว่า:

    ตกลงไม่มีใครรู้จริงๆใช่มะว่าตอนมันมา กทม เคยให้มันไปนั่งเรียนแทนแล้วไม่ให้มันพูดกับใครน่ะกลัวความแตก
    เวลาไปเชียงใหม่เพื่อนๆมันก็ชอบตะโกนเรียกว่า "โน๊ต"
    เอ่อ ผมไม่ใช่ไอ่โน๊ตครับ ผมพี่มัน
    จะมีแยกออกก็พวกเพื่อนสนิทมันเท่านั้นแหละ ที่เจอจะยกมือไหว้ "สวัสดีครับพี่ฝาแฝดไอ่โน๊ต"
    เหมือนท่านเอเจ้นไง "สวัสดีครับคุณแม่ฝาแฝด(ปุ๊)"
     
    หง ที่เขียนบรรยายนั่นน่ะน่านเหรอ ถ้าใช่นะ
    พี่นั่งรถไป ไอ่ช่วงที่ว่าน่าจะผ่านตอนตีสามถึงตีห้าอะนะ
    แล้วมันจะถ่ายติดไม๊ล่ะนั่นน่ะ

  7. OnlyNueng พูดว่า:

    เห็นแล้วอยากไปเที่ยวจัง
    แต่เข้ามานั่งยันอีกคนว่า
    เธอกับน้องหน้าเหมือนกันจริง ๆ

  8. hon พูดว่า:

    โห..พี่หนุ่ม
    ถาม ปราง เน็ต นัสดูได้ เห็นกะลูกกะตามาด้วยกัน
    ที่บอกไปน่ะ น่านเจรงๆนะยะ
    เช้อออออ

  9. J พูดว่า:

    ไปมาแล้วๆ ติดใจด้วย
    ล่าสุดเพิ่งไปเดินมาเมื่ออาทิตย์ก่อนนู้น ได้นาฬิกาแปลงร่างมา 1 เรือน ชอบมากกกก 555
     
    แต่ไม่ได้กินไข่ป่ามอ่ะ เสียใจจัง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s