งานแต่งป้า ภาค2

มาว่ากันต่อ
 
หลังจากคราวที่แล้วจบที่เพิ่งถึงสุรินทร์
แล้วก็อย่างที่บอก ไปถึงงานก็จะเริ่มอยู่แล้ว ก็เลยไม่ได้ไปทำความคุ้นเคยกับสุรินทร์ตามที่คิดไว้
ไปโรงแรมทันที โรงแรมชื่ออะไร จำไม่ได้แล้วเพราะไม่ได้สนใจ ใครอยากรู้ดูในการ์ดที่ป้าเมล์ไปให้เอาเองละกัน
เจ้าของงานจัดที่พักให้นอนห้องเดียวกันกับ รุ่นน้องเจ้าบ่าว มางานนี้ด้วยเพราะมีหน้าที่รับผิดชอบ ก็คือมาตั้งซุ้มกระบี่
คุยกันได้นิดนึง ซึ่งก็ไม่รู้จะคุยอะไร เพราะเขาไม่ใช่ผู้หญิงนั่นเอง
ไอ่เราก็เหนื่อย แอบขี้เกียจคุยเป็นทุน
ซักพัก พี่ทหารรุ่นน้องเจ้าบ่าวก็ ออกห้องไป ท่าทางร้อนรน
ก็แน่ล่ะ มารู้ทีหลังว่า ซุ้มกระบี่แต่ละคน ไม่รุเป็นใคร ไม่เคยเจอหน้ากัน ไม่ได้คุยกันก่อน ไม่ได้เตี๊ยมกันไว้เลยจะเอายังไง
ตั้งยังไง ทำท่าทางยังไง ใครยืนตรงไหน เข้างานตอนไหน ออกงานตอนไหน
อีกครึ่งชั่วโมงงานก็จะเริ่มแล้ว ยังไม่เห็นหัวซักคน ไม่รุเจ้าบ่าวไปนัดมายังไง
ครับ เรื่องนี้ก็ไม่ทราบล่ะครับ ขออนุญาตไม่ร่วมเดือดร้อน ขอนอนดูการ์ตูนซักพัก กำลังเหนื่อย
 
แล้วผมก็วูบไป
สะดุ้งตื่นมา อีกสิบนาทีงานเริ่ม
นาฬิกาปลุกในตัวทำงานได้ดีเหมือนเคย
แล้วก็ไปอาบน้ำเปลี่ยนผ้า พอรื้อออกมา โอ๊ววว……..เสื้อยับ สัส สาด
แต่ช่างเหอะ ไม่ได้มาแจ้งเกิดอะไร ไม่ได้มีหน้าที่รับผิดชอบอะไร มาร่วมดีใจเฉยๆ ไม่ได้กะเก็บเด็กในงานออกไป ขี้เหร่กว่านี้ก็ยังได้
ว่าแล้วก็เปลี่ยนชุดยับ ลงงานไป
 
ไปถึงงานอย่างตรงเวลา(บวกลบห้านาที) เจ้าบ่าวเจ้าสาวพร้อมแล้วตามธรรมเนียม คือยืนเป็นมาสค๊อต ให้คนมาร่วมงานถ่ายรูปด้วย เป็นสิริมงคล
หากใครอยากลอดท้องเพื่อสะเดาะเคราะห์ด้วย คิดตังเพิ่ม
 
อะเจร๊ยยยย………………..ไม่ใช่ช้างงงงงงงงงงง
 
 
 
สังเกตอย่างนึงในรูปถ่ายจากสตูดิโอ ป้าแขนเล็กเชียว บริการเขาดีจริงๆ ถ่ายรูปพร้อมคอร์สลดน้ำหนักทันตาเห็น
 
หลังจากใส่ซองรับของชำร่วย พร้อมถ่ายรูปกับมาสค๊อตหน้างาน ก็เดินเข้างานไป
 
   
 
ในส่วนหน้าเวที จัดเป็นโต๊ะ VIP ไว้
งานนี้ แขก VIP เยอะมากกกกก จัดไว้ไม่ต่ำกว่าห้าสิบที่ น่าจะประมาณ หกสิบที่ได้
ส่วนแขกธรรมดาก็ จัดโต๊ะไว้ให้เพียบ เยอะจิงๆแสดงถึงความมีชื่อของทางฝ่ายชาย
ผมเข้างาน หกโมงห้านาที ดูแขกสิ ปาเข้าไปครึ่งห้องละ เขามากันกี่โมงวะเนี่ยะ
แล้วก็เริ่มกินกันแล้วด้วย เร็วจิงๆ
ส่วนเมนูอาหารก็ตามรูป อ่านดูจะเห็นว่าพิมพ์ผิดด้วย หมี่ฮ่องกง มันน่าจะเป็นไม้เอก ไม่ใช่ไม้โท(แน๊ะ….ไปจับผิดเขาอีก)
โต๊ะที่ผมต้องนั่ง จองไว้ให้ซุ้มกระบี่ ฟังอย่างนี้อาจคิดว่าชิบหายแล้ว แย่งกันกินตายห่ามีแต่ชายฉะกันเต็มโต๊ะ
แต่งานนี้ คุณพี่นายร้อย ไม่รู้ไปทำอะไรที่ไหน ยังไม่มาเลยตอนหกโมง
พอมาถึงก็ต้องไปหาที่สงบติวเข้มกันก่อน หลังจากนั้นก็ต้องไปยืนปฏิบัติหน้าที่อีก
เสร็จจากหน้าที่ก็ไม่ใช่เดินมานั่งโต๊ะเลย ต้องเดินออกไปก่อน แล้วไปเปลี่ยนผ้าก่อน ค่อยกลับมานั่งโต๊ะ จะมาแต่งเต็มยศนั่งกินนั่งดื่ม ไม่ได้ มันมิงาม
ป่านฉะนั้น ก็พอดีของหวานมา
ก่อนหน้านั้น ก็มีแต่จารุภัทร นั่งกินรอมันคนเดียว ลุกไปไหนก็ไม่ได้ เดี๋ยวเสียม้า
งานนี้เลยเต็มที่ หลังจากซัดไอติมมาทั้งวัน
 
พอประธานมา(ใครไม่รุไม่ได้สนใจ กำลังกินอยู่) งานก็เริ่ม พิธีกรเริ่มกล่าว(อะไรไม่รุ บอกแล้วว่ากินอยู่)
แล้วก็มีวีดีโอพรีเซ็นเตชั่น ตามขนบ เนื้อหาก็ตามขนบ ก็ไม่ได้สนใจเท่าไหร่ ดูไม่หวือหวา ถ้าประมาณนี้ ปุ้ม หรือปุ๊กกี้ก็ทำได้ กินต่อดีกั่ว
อ้อ….เกือบลืม ถ่ายรูปพิธีกรมาด้วย แปะให้ดูหน่อย

 

พิธีกรงานนี้ เอ่อ…………แก่ที่สุดเท่าที่เคยไปร่วมงานแต่งมาในชีวิตนี้ น่าจะประมาณครูบาอาจารย์ประมาณนี้แหละ สังเกตุจากคำพูดและลีลา

ส่วนคู่บ่าวสาวของงานก็เช่นเดียวกัน

คือมีความสง่างาม ภูมิฐาน ดูดี มีชาติตระกูล เหมาะสมดังกิ่งทองใบหยก

 

หือออ…………..อะไรนะ………….

 

งั้นเหรอ………….ป่าวนี่

 

เมื่อกี้ผมบอกว่าพิธีกรงานนี้เค้าดูสง่างามภูมิฐานดีไม่ใช่เหรอ ฟังไรผิดรึเปล่า….

ตัดกลับมาที่งานอีกกครั้ง กำลังกินอยู่ เกือบถ่ายรูปไม่ทัน

เจ้าบ่าวเจ้าสาวเดินเข้างาน ลอดซุ้มกระบี่ ขึ้นเวที พ่อแม่ทั้งสองฝ่ายขึ้นมาด้วย เชิญผู้ใหญ่(ที่ไม่ใช่พ่อแม่)มาให้โอวาท เสร็จตัดเค้ก เจ้าบ่าวเจ้าสาวลงมาถ่ายรูป จบงาน

พอขี้เกียจเล่ามาก เหมือนทุกงานแหละ

แล้วอาหารก็มาแล้ว บอกว่ากินอยู่ ไม่รีบกินเด๋วโตะไม่มีที่วางจานต่อไป

 

เบิ่งรูปเอาโลด

 

   

 

 

ข้อสังเกต

1.งานนี้พ่อแม่ไม่ให้โอวาท คนให้โอวาท เป้นพวกผู้ใหญ่ทั้งหลาย ไม่รู้ใครเป็นใคร ไม่ต่ำกว่าสี่คน ใครไม่รุจำไม่ได้

พูดอะไรก็ไม่รุเพราะไม่ได้ฟัง(กินอยู่) และสังเกตุว่าแขกคนอื่นก็ไม่ค่อยฟังหรอกกินกันใหญ่ คุยกันล้งเล้ง ก็เขาใให้โอวาทบ่าวสาวนี่นา

2. แขกที่โดนเชิญขึ้นไปกล่าว พูดเหมือนกันทุกคนว่า ไม่ได้เตรียม เพราะไม่บอกล่วงหน้า นึกว่าไม่ได้พูด อยู่ดีๆก็บอกให้พูด(ดังนั้นจึงออกแนวเรื่อยเปื่อย)

3. งานนี้ไม่มีหรอก มาปล่อยมุข(จะเอามุขอะไรล่ะดูรูปพิธีกรรึยัง) ไม่มีมายิงคำถาม ยังงั้นยังงี้ เพื่ออำกัน หรือเพื่อเล่นมุข

ไอ่หอมก้งหอมแก้มก็ไม่มีหรอก คนบนเวที พิธีกร บ่าวสาว พ่อแม่ แขกผู้ใหญ่ที่ถูกเชิญขึ้นไปให้โอวาทบ่าวสาว รวมๆกันร่วมพันปี(อายุ) จะมาทำงั้นอีกเหรอ

4. เห็นโต๊ะเยอะปานนั้นแล้ว ถึงเวลาจริงๆไม่พอนะขอบอก เสริมโต๊ะนอกห้องเต็มเลย แสดงว่าเขาดังจิง คิดถึงค่าใช้จ่ายแล้วสยองจิงๆ

แต่ก็ดีใจกับป้าด้วย ได้ผัวบ้านรวยเว๊ยยยย งานนี้

5. เลิกงานแล้วงานยังไม่เลิก ตอนเลิกคนออกงาน แต่ฝนก็ตกพอดี ติดกันอยู่หน้างาน เจ้าบ่าวเจ้าสาวที่ออกไปส่งแขก็เลยต้องมายืน ให้แขกมาถ่ายรูปด้วยรอบสอง

เพราะบางคนที่เขารู้จักกันแล้วได้มารียูเนี่ยนในงาน เขาก็อยากถ่ายรูปเป็นที่ระลึก โทดฐานไม่ได้เจอกันนาน คิดถึง (ซึ่งมันเกี่ยวอะไรกับบ่าวสาววะ)

แล้วทางพ่อเจ้าบ่าว พ่องานนี้ก็ดูสนุกที่เจอคนรู้จักเต็มไปหมด ลากคนนู้นคนนี้มาถ่ายกับตัวเอง …  เอ่อ ….. กับบ่าวสาวด้วย

6. อีกนิดนึง งานนี้ก่อนเลิกมีโชว์พิเศษด้วย อลังทีเดียว

     

 

ที่ถ่ายไว้นี่ไม่ใช่อะไร นายร้อยที่โต๊ะแบบประทับใจ บอกถ่ายรูปไว้ให้หน่อย(แล้วจะเอารูปยังไงวะ) โดยเฉพาะคนกลางนะถ่ายมาเยอะๆ

พอแสดงเสร็จมีบางคนแบบประมาณ ไปโทรศัพท์ข้างนอกก่อนนะ เดินตามไปแบบจะแอบขอเบอร์ว่างั้นเถอะ(พี่ๆเด็กมัธยมนะพี่ พรากผู้เยาว์นะเว๊ยยยย)

แต่ก็ต้องผิดหวังเพราะเด็กๆเดินออกไปก็นต้อนขึ้นรถตู้ขับหายออกไปเลย โฮะๆๆๆๆ

 

หลังเลิกงาน หลังแขกกลับหมด

หลังจากกลับห้อง ล้างหน้าล้างตา เปลี่ยนชุดนอน ก่อนจะนอนก็แวะไปหาป้าที่ห้องก่อนรอบหนึ่ง

เพราะพรุ่งนี้เช้าผมว่าจะไปอุบลฯต่อกลัวไม่เจอ ต้องไปบอกลานิดนึง พร้อมเอาซองที่บ่าวสาวได้รับตอนถ่ายรูปแล้วฝากให่เก็บไว้ให้หน่อย ไปส่งคืน

จริงๆก็ดึกแล้ว แต่ก็คิดว่าป้าแกคงไม่รีบเข้าหอละมั้ง อาทิตย์ก่อนก็แต่งคงเข้าไปละ ช่วงอาทิตย์นั้นก็ลาทั้งอาทิตย์ก็คงจะเข้าหอกันทั้งอาทิตย์อยู่ละ

คืนนี้ต้องมีภาระแกะซอง เลยแวะเข้าไป

เวลาตอนนั้นก็สี่ทุ่มกว่า

บ่าวสาวนั่งอยู่หน้าห้อง เพราะเข้าห้องไม่ได้ ห้องมันล็อค

อ้าว….แล้วไม่มีกุญแจหรือ

มีสิแต่มังเปิกไม่ออก

ให้พนักงานไปเอา หัวหน้าลูกกุญแจ หรือมาสเตอร์คีย์ มาเปิดอยู่ ก็นั่งเป็นเพื่อนซักพักกุญแจก็มา แต่ก็ทะลึ่งเปิดไม่ออกอีกมันยังไงซะแล้ว

พนักงานบอกว่า ไม่ต้องตื่นตระหนกไป ห้องนี้มันเป็นยังงี้แหละ ถ้าล็อกจากข้างในแล้วเปิดไม่ออกงี้แหละ(แล้วไม่กดล็อคข้างในก่อนแล้วปิดมันจะล็อคได้ยังไงวะ งง เว๊ยยยย)

แขกที่มาพักห้องนี้มีปัญหางี้ตลอด ต้องงัด เดี๋ยวผมเอาช่างมางัด รอซักครู่แล้วก็เดินหายไป

ไปดูตรงลูกบิดก็จิงด้วย รอยงัดเต็มไปหมด สงสัยอย่าง มันมีปัญหาต้องงัดเป็นประจำ แล้วทำไมมันไม่เปลี่ยนลูกบิดมันซะเลยล่ะ

ไม่เข้าใจโรงแรมแต่ก็ เอาเหอะเรื่องของเขา ไม่ควรเอาความคิดเราไปประเมินเขา ว่าแล้วก็ให้ซองไป พร้อมทั้งร่ำลา ปล่อยบ่าวสาวลุ้นอยู่ว่าจะเปิดได้หรือไม่ต่อไป

หากจะเข้าห้องก็รอต่อไปเถิด แต่หากจะเข้าหอก็ไปเปิดห้องใหม่ใช้ไปพลางๆก่อนก็แล้วกัน

แล้วก็หนีไปนอนรอดูบอล เพราะเป็นวันเปิดสนามพรีเมียร์ หนังสือพิมพ์บอกว่าถ่ายทอดแมนยู เจอ นิวฯ โอ๊ววววว….ต้องดูเลย

ก็นอนดูทีวีไปเรื่อยๆ กดเปลี่ยนช่องไปเรื่อยๆ

ชักยังไงซะแล้ว ไม่มีช่องไหนถ่ายรึไงวะไหนว่าถ่าย บอลคู่ใหญ่งี้ไม่น่าพลาดนะ เปลี่ยนช่องจนท้อ รอจนตาจะปิด ก็ทนไม่ไหว นอนดีกว่า ไม่ดงไม่ดูมันละ

จนเช้าอีกวันถึงเพิ่งรู้ว่า ที่หนังสือพิมพ์บอกว่าคืนนี้น่ะมันคืนของอีกวันเพราะหนังสือพิมพ์มันออกล่วงหน้าหนึ่งวันเว๊ยยยบักหำ……ฮ่วย อ่านหนังสือพิมพ์ดูวันที่มั่งเซ่

 

ตอนเช้า ตีห้ากว่า เกือบๆหกโมง ก็ต้องตื่นเพราะเสียงโทรศัพท์

เป็นโทรศัพท์ของเพื่อนร่วมห้องนั่นเอง แล้วแกก็ไม่ตื่นมารับนะ เพราะเมื่อคืนออกไปกินเหล้าต่อ

เมื่อโทรแล้วไม่ยอมรับสายซักที แล้วก็ยังโทรอยู่นั่นแหละ ก็เป็นที่เข้าใจได้โดยอัตโนมัติว่า เมียโทรมาตามแหงมๆ แสดงว่าเมื่อคืนไปเที่ยวไม่ได้รายงานตัวก่อน

หรือไม่ก็รายงานตัวไม่เนียน

ซักพักแกก็ร้สึกตัวหลังจากปล่อยให้โทรศัพท์ดังอยู่นานสองนาน เอาไปกดทิ้ง ดังก็กดทิ้ง อยู่ยังงั้น อารมณ์ประมาณค่อยคุยกัน ซีกพักก็เลิกโทรมา

ซักพักใหญ่ๆกำลังนอนต่อ ประมาณเคลิ้มๆก็มีโทรศัพท์เข้าที่เครื่องโรงแรมตรงหัวเตียง ดูท่าพี่นายร้อยคงจะไม่ลุกมารับแน่ เลยต้องรับเอง

ปลายสายเป็นเสียงผู้หญิง ขอสายพี่นายร้อยคนนั้น

กูว่าแล้วววว…………………เลยเดินไปปลุกมารับ จะวางทิ้งไว้ก็กระไร

พี่นายร้อยก็จำใจรับอย่างเสียไม่ได้

ไอ่เราจะอยู่ฟังเขาเคลียร์กันเผื่อจำมุกไปใช้ก็แบบจะเอาไปใช้กับใครวะ เสียมารยาทด้วย ไม่อยากรู้เรื่องด้วย เลยไปอาบน้ำดีกว่า

แล้วก็ไปอาบน้ำเปลี่ยนผ้าเก็บของลงไปกินข้าวฟรีก่อนจรลีไปอุบลต่อ

 

จากโรงแรมมาสถานีขนส่ง ระยะทางไม่น่าจะเกิดหนึ่งกิโลเมตร เช้าๆเดินมาเรื่อยๆ ชั่วอึดใจก็ถึง แล้วก็แวะซื้อหนังสือเล่มหนึ่ง เผื่ออ่านบนรถ(ยัง…..ยัง ไม่เข็ด)

รถเข้าอุบลจากสุรินทร์ มีแค่ นครชัยครับ รอบเช้า รอบแรก หกโมงครึ่ง รอบต่อไปแปดครึ่ง ไม่ไปนครชัยก็ไม่ต้องไป

ไม่มีปัญหา นครชัยก็โอ ไม่มีปัญหาดี แต่ต้องรอเกือบสองชั่วโมง เฮ้อ………..รู้งี้ไม่น่ารีบออกมาเลย นอนต่อซะก็ดีได้อีกเกือบสองชั่วโมง

แต่ยังดีที่ซื้อหนังสือมาก็นั่งอ่านรอเวลาไปเรื่อยๆ ร้านอาหารข้างๆก็ทอดปลาเค็มกลิ่นควันกลิ่นปลาเค็มคลุ้งเต็มไปหมด ติดหัวติดเสื้อ แต่ไม่เป็นไร ควันทอดปลาไม่ใช่ไฟไหม้สถานีชีวิตไม่เลวร้ายนัก

เมื่อถึงเวลารถนครชัยก็มา เป็นรถที่ตรงเวลาดีจริงๆ

การขึ้นนครชัยเข้าอุบลฯ ไม่มีเหตุการณ์น่าตื่นเต้นอะไร สถานการณ์ราบเรียบ การเดินทางราบรื่น แต่ก็เสียอย่างนึง บนรถดันเปิด อาร์มาเก็ดดอน

ดูมาไม่รู้กี่รอบแล้ว ยังต้องมานั่งดูอีกรอบหรือนี่

แต่ก็ผิดคาด หนังเรื่องนี้มันดีเกินกว่าจะน่าเบื่อ ดูอีกก็ยังตื่นเต้นน่าติดตาม ทั้งๆที่รู้เรื่องหมดแล้ว

ดูเรื่องนี้แล้วชีวิตไม่เลวร้ายเท่าใดนัก เพราะคนเขียนบทเรื่องนี้มันอัดสถานการณ์แล้วร้าย เข้าไปทุกอย่างจริงๆ ต่อเนื่องไม่จบไม่สิ้น อะไรที่แย่ๆพี่อัดใส่ไปหมด

แก้เรื่องนึงอีกเรื่องมาจนแทบไม่ทันหายใจ  ชีวิตเราดีไปเลย

แล้วก็มีสถานการและเหตุการยัดเยียดเรียกซึ้งยัดเข้าไปเต็มไปหมด แต่ก็สนุกดี

แล้ว ลิฟ  ไทเลอร์  ในเรื่องนี้เองที่ทำให้ผมฝังใจกับอันเดอร์แวร์สีดำ ประมาณชอบฝังใจ ไปซื้อชั้นในสีดำมาให้แฟนใส่เลย หลังจากรู้สึกไม่ดีกับผู้หญิงชั้นในดำมาตลอด 55555

ถ้าไม่เข้าใจก็ลองไปหามาดูครับ ลิฟ เธอสุดยอดมากก ชอบบบบบบบ (เอาเถอะบางคนอาจไม่เข้าใจก็ไม่เห็นจะเป็นเรื่องใหญ่ตรงไหน)

 

พอถึงอุบลก็โทรหาเพื่อนสมัยเรียนโท มานั่งกินข้าวกัน

แล้วก็หายืมมอเตอร์ไซค์ ขี่รถร่อนในอุบลระลึกชาติซักพัก

ขี่รถไปอึที่ทุ่งศรีเมืองเพื่อระลึกความหลัง แล้วก็ไปดูหนังต่อ

ไปถึงโรงหนัง มีแต่หนึ่งใจเดียวกัน หลายรอบเหลือเกิน จะดูเรื่องอื่นก็แบบต้องรอเป็นชั่วโมง จะไปอยู่ไหนรอล่ะเนี่ยะ

คือไม่ใช่หนังไม่ดีนะครับ(อันนี้ไม่รู้จริงๆ แต่ป้าเบิร์ต ออกทีวีบอกหนังดีมาก คนไทยต้องดู)

แต่แบบอารมณ์ประมาณ เหมือนอยากหาอะไรกิน คือไม่ได้หิวไงที่จะมีอะไรก็กิน แค่อยากกิน แล้วอยากกินพิซซ่าอะ ข้าวผัดก็ต้องเอาไว้ก่อนบอกแล้วไม่ได้หิว แค่อยากกินพิซซ่า งงมั๊ย

เลยไม่ได้ดูหนัง ออกมาหาไรกินเล่น ประสาอยากไป

เดินออกมาเจอ วัตสัน

ก็เลยเข้าไปเดินดูขนมในวัตสัน ดูไปดูมา อยากกินอะไรประมาณหวานๆ เหนียวๆ อะไรงี้

ก็ไปเจอขนมรึลูกอมรึอะไรซักอย่าง ซองเล็กๆ 35 บาท แพงใช้ได้ หยิบมาดูเป็นประมาณลูกอมรสผลไม้ ที่ซองเขียนว่าเป็น GUM

หมากฝรั่งเหรอ รสผลไม้ โอวะ….ลองดู เอาไอ้นี่แหละ แล้วก็ไปจ่ายตัง

เดินออกมาก็แกะลองเลย พอเทออกมา ก็เป็นกลมๆหลากสี แต่สีนี่สิดูที่ซองมันออกสดใสนี่หว่า

แต่ลองพิจารณาดูแล้ว ดูมันกระด่างกระดำ ประมาณอาหารหมมาอะนึกออกไม๊ ที่เป็นแท่งเรียนแบบเนื้อแท่ง เป็นสี แดง เขียว น้ำเงิน กระด่างกระดำประมาณนั้น

เฮ้อ………..สีไม่เหมือนซองอีกละ หลอกกันนี่หว่า แต่ก็งี้แหละ รูปลักษณ์ภายนอกมันก็ต้องดึงดูดหรอกคนงี้แหละสมัยนี้

อาจอร่อยน่า อย่าตัดสินอะไรที่รูปลักษณ์ภายนอกจำไว้

ว่าแล้วก็โยนเข้าปาก กัดลงไปกรุบ มันก็ยุ่ยเป็นผง เหมือนน้ำตาลก้อน

เอาอีกแล้วววว………………….มันเป็น GUM อย่างที่บอกยังไงวะ หรอกกันอีกละ ก็ลองพยายามเคี๊ยวๆให้มันเป็นกัมล่ะนะ แต่มันก้ไม่ยอมเป็น รสชาติมันก็หวานดี แต่มันก็ออกแปร่งๆไงไม่รุ

สรุปว่าหวานอะนะ แต่โดยรวมถือว่ารสชาติไม่ได้รื่อง

ลองพลิกดูส่วนประกอบ ก็อื่ม…น้ำตาล ส่วนใหญ่ แน่ล่ะลูกอมนี่

ดูไปดูมาก็มาสะดุดกับตัวเลขอันนึง 15/08/08 เอ็กซ์ไปร์เดทนั่นเอง

พยายามตีความอยู่นานว่ามันยังไง ปี 2015 เดือน 8 วันที่ 8 งั้นเหรอ ไม่ม้างงงง

หรือว่า วันที่ 15 เดือน 8 ปี 08 วะแล้วมันหมดอายุรึยังนี่ชักใจไม่ดี เปิดโอลิมปิค มัน 08/08/08 นี่หว่าใกล้กันเหลือเกินชักใจไม่ดี

หลังจากพิจารณาและคิดด้วยควารอบคอบ ละเอียดถี่ถ้วนอยู่ประมาณ 5 นาที ก็มั่นใจ

เจี๊ยกกกกก……………………..หมดอายุไปแล้วนี่หว่า มิน่า รสชาติมันแปลกกกกก ทำไงดี ทำไงดี

ว่าแล้วก็เดินกลับไปที่วัตสัน พร้อมทั้งกัดโชว์ว่าเนี่ยะซองบอกมันเป็นกัม แต่มันเป็นผงเลย ไม่กัมแล้ว (แต่มันเป็นกำของกู)

แล้วก็โชว์ว่าเหตุผลที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะมันหมดอายุแล้วนั่นเอง นี่ไง โปรดดูตัวเลขนี้ มันเลยมาแล้ว (คือบอกว่าหมดอายุแล้วก็น่าจะพอจะไปสำแดงให้เขาดูทำไมกันวะ งง จิงๆ)

ดังนั้นขอเปลี่ยนอันใหม่ให้ข้าพเจ้าโดยด่วน ประมาณว่าไม่ได้ กูจะกินมึงให้ได้ แค้นใจประมาณนั้น

เขาก็ขอโทดขอโพย เก็บของจากแผง แล้วก็ไปค้นให้ใหม่

สิบนาทีต่อมาก็มาบอกว่า ไม่มีแล้ว พี่มาช้าไปสองวัน ของหมดอายุไปหมดละ โอกาสหน้าเชิญใหม่ ขอให้มาแต่เนิ่นๆก่อนของหมดอายุ ดังนั้นวันนี้รับเงิน 35 บาท เป็นการขอโทษด้วยเถิด

ว่าแล้วก็จ่ายเงินคืน งึม งึม ………….. อดกิงเยย

 

ครับ อานิสงค์ จากเม็ดแรกนั้นที่ลงท้องไปหมด ก็เลยทำให้ท้องเริ่มเดิน หรือท้องเสียนั่นเอง จนต้องไปหาซื้อยามาระงับ

เพราะกลางคืนไม่ได้นอนพักที่บ้าน แต่นอนพักบนรถทัวร์นั่นเอง

 

พูดถึงรถทัวร์ ตอนไปถึง หาซื้อตั๋ว

นครชัยตัวเลือกแรกก็เต็มอีกแล้ว แม้จะไม่เต็มหมดแต่เที่ยวที่เหลือก็ออกสี่ทุุ่มครึ่งนู้น ไม่รู้จะไปอยู่ไหนรอแล้ว

เลยมาที่ตัวเลือกอันดับสอง คือ เชิดชัย ที่คุ้นเคย(ว่าห่วย)ดีนี่เอง ซึ่งของเชิดชัยก็เหลือที่สุดท้ายพอดี หลังสุดเลย แต่ห้องน้ำอยู่กลางรถ เลยได้จุดที่ห่างห้องน้ำสบายไป

พอถึงเวลาขึ้นรถก็ ขึ้นไป เก็บของแล้วมานั่ง

แล้วก็พบว่า เบาะเอนไม่ได้

ที่เอนไม่ได้ก็เพราะคันชักเอนเบาะมันหักหายไปไหนไม่รู้เหลือโผล่ออกมาว่าเคยมีคันชักอยู่ตรงนี้ยาวประมาณสองมิล

นั่งรถจากอุบลฯมากรุงเทพฯ ประมาณสิบชั่วโมง แล้วเบาะเอนไม่ได้เนี่ยะนะ กำละกรู

เฮ้ย…………เปลี่ยนที่ก็ไม่ได้ เต็มหมด เปลี่ยนบริษัทก็ไม่ทันละ (รถเชิดชัยไม่ได้ออกที่ขนส่ง แต่ออกที่บริษัท) ว๊อยยยย….ไปก็ไปวะ

พอรถออก ตอนแจกน้ำแจกขนม ก็แอบโวยใส่ไปเล็กๆ ซึ่งเด็กรถก็มาช่วยผลักช่วดึง แล้วมันก็เอนมานิดนุง เอาวะดีกว่าหลังตรงละ

คงไม่ทำให้ตายล่ะมั้ง(พยายามมองโลกในแง่ดีที่สุดละ) อย่างน้อยก็ไม่ต้องยืน(แต่จ่ายราคานั่งสบายเหมือนคนอื่น)

หลังจกานั้นก็ ตามคาดคับ

ปวดหลัง ปวดก้น ปวดขา ฯลฯ ถึงกรุงเทพฯได้เดินจะไม่ไหว เยี่ยวเหลืองหมดเพราะกินน้ำน้อย(เกี่ยวไม๊เนี่ยะ)

รีบกลับบ้านแล้วก็ต้องออกมา กพร ต่อ เพราะต้องมาตามหนังสือ จะหยุดอยู่บ้านก็ไม่ด้

แล้วก็มาพบกับความงี่เง่าให้อารมณ์เสีย

ให้ได้รู้ว่า กลับมาสู่ชีวิตปรกติของเราแล้ว 5555

เรื่องงี้เง่าเหล่านั้นขอยกยอดไปแต่คงไม่เขียนเล่า(แป่ววว…..)

 

จบซะที

เป็นการเดินทางที่ยาวนานจริงๆ

เหนื่อย

หมดไป วันหยุด ไม่ได้พักอีกตามเคย

 

พอหมดงานป้าปุ๊บ

อีกวัน มีเพื่อนสมัยมัธยมโทรมาเลย แอบแปลกใจ ไม่ติดต่อกันมาแสนนาน

อ้อ………….มันแต่งงานนี่เอง

 

งาน(แต่งงาน)เข้าอีกแล้ว

แน่นอนไม่ได้แต่งกรุงเทพฯ

จะได้เดินทางอีกแว๊วววเรา

จะเป็นไงน้องานนี้

 

 

.

 

 

ปล.

1. เรามักถูกสตูดิโอเป่าหู เรื่องงานแต่งว่า ครั้งเดียวในชีวิต เพื่อให้เรายอมจ่ายอะไรแพงๆเต็มไปหมด

อย่าไปเชื่อ เนี่ยะป้าแสดงตัวอย่างให้ดูแล้วว่าถึงฉันไม่ได้มีผัวใหม่ แต่ฉันก็ไม่ได้มีงานแต่งครั้งเดียวในชีวิตนะเว๊ยยยย

ป้าแกทำอะไรเองเยอะแยะ ประหยัดไปได้หลายทีเดียวแหละ นี่แหละ พอเพียง มีเหตุผล

2. การแสดงปิดงาน น้องหน้าหวานคนกลางที่ผู้บ่าวแถวนั้นหลงใหล ป้าบอกว่าดูไม่ออกเหรอ

อ้าว….ผีเหรอน่ะ คนนั้นน่ะ ไม่ใช่ผี เลยไม่เห็นผีอีกละครับพี่น้อง

3. สองวันนั้นใช้เงินไปเกินห้าพันล่ะ เดินทาง ค่ากิน ค่าของฝาก ฯลฯ เดือนนี้ใช้ไปสามหมื่นเข้าไปแล้ว ลบสะสมเข้าไปเมื่อไหร่จะพ้นน้ำเนี่ยะ

 

 

ข้อความนี้ถูกเขียนใน ไม่มีหมวดหมู่ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

11 ตอบกลับที่ งานแต่งป้า ภาค2

  1. Anucha พูดว่า:

     
    โชว์น่าดูจริงๆ
    เห็นป้ายชื่อบ่าวสาว "ดรงกิตติ์สิริ&เรือเอกทรงภักดี"
    มียศ มีตระกูลทั้งคู่เลยนะ
    ดีใจด้วยอีกทีนะพี่ก้อ จริงๆ แค่งานนี้ก็น่าจะเหนื่อยจะแย่แล้วนะ
    นี่ต้องไปจัดอีกงาน (ใสชุดเดิมป่าว มีซุ้มกระบี่กีบองอีกไหม)
    แล้วก็อยากเห็นภาพที่พังงาเหมือนกัน น้องก้องมาโพสต์ให้ดูหน่อยดิ 

  2. Gumby พูดว่า:

    ตกลงพี่หนุ่มไปเพื่อกิน หรืออยู่เพื่อเจ้าบ่าว-เจ้าสาวหว่า ก๊ากกกกกเห็นภาพแร๊ะ ยินดีก่ะพี่ก้อด้วยค๊าสิริิายุบนเวทีน่าจะไม่ต่ำกว่าพันปี หุ หุ หุ

  3. Borimas พูดว่า:

    อยากจะเม้นต์ตั้งแต่ภาคหนึ่งแล้วแต่เครื่องมันกดไม่ได้เลยแอบมาเม้นต์ที่ทำงาน
    หนุกดี ภาพสตูดิโอที่ก้อจ๊วยจ๋วย
    ส่วนชีวิตปี้หนุ่มก็ทรมานทรกรรมเหมือนเดิม ฮ่า ฮ่า

  4. เหมือนจ๋า พูดว่า:

    5555555555555555555555

  5. นอรธ พูดว่า:

    เงินเดือน เรือนหมื่นได้ ใช้ ตั้งสามหมื่น ถือว่า คุ้มน๊ะพี่
    ความสุขอย่างนึง คือ ความสุขที่ได้ใช้เงิน นะงิ

  6. jarunan พูดว่า:

    ลงชื่อเข้าใช้แร้ว

  7. jarunan พูดว่า:

    ลงชื่อเข้าใช้แร้ว

  8. hon พูดว่า:

    กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกก ขำสุดตรีน
    อุส่าดีใจกะพี่หนุ่มแล้วเชียวว่าโชคดีออกได้เหมาโต๊ะจีนอยู่คนเดียว
    ที่ไหนได้มีเรื่องบ้าๆบอเกิดขึ้นตามเคย
    ว่าแต่เรื่องบ้าบอที่กพร.ไปถึงไหนแล้วล่ะ ชั้นน่ะอยากรู้จิงๆ ว่าเค้าจะให้พี่หนุ่มเขียนลูลู่ว่ายัง
    ความเลวร้ายในสำนักงาน….พัฒนา…ระบบราชการไทย เหรอ????

  9. J พูดว่า:

    เรื่องมันเยอะ จนไม่รู้จะเม้นท์เรื่องไหนอ่ะ
     
    ดีใจกับพี่ก้อด้วยนะคะ อยากลอดซุ้มกระบี่มั่งอะ เท้ เท่ 555

  10. wuttithon พูดว่า:

    ไม่ได้เข้ามาหลายเดือนต้องใช้เวลาในการตามอ่านเป็นชั่วโมงขอบอกเป็นชั่วโมงงงงงงงยังมีลีลา และวลีที่ดึงดูดเป็นเอกลักษณ์เหมือนเดิมคริคริอยากเอาปืนครกยิงเข้าไปที่ทำเนียบอะ

  11. จารุภัทร พูดว่า:

    โทดที่เขียนยาวว่ะ เรื่องมันเยอะ ชีวิตฉันไม่เคยเรื่องน้อย
    นี่ก็แบบตัดย่อรวบรัดเต็มที่ละ เรื่องละนิด
    ไปงานนี้ เอามาอัพบล็อกได้ซักห้า หกที เลยทีเดียว
    แต่เอามารวมอัพมันทีเดียวเลยแอบยาว
     
    เฮ้ย ปืนครกอะไรกัน ข้าราชการต้องเป็นกลางทางการเมืองเซ่ อิ อิ
    (จริงๆวันนี้ก็กะอัพเรื่องการเมืองแล้วทีเดียว แต่กลัวเขียนไม่กลางเท่าไหร่ รึนั่นน่ะกลางที่สุดละไม่รุ แต่อัพวันหลังก็คงเหมือนเดิมแหละ)
     
    แล้วแนนซี่มาลงชื่อเข้าใช้อะไรสองรอบ
    หง ลูลู่ ทางสถาบันบอกว่ายังไงก็ต้องเขียนส่งล่ะ ส่งไปละด้วย
    เม อยากลอดซุ้มก็ให้สมิท  สวีตตี้ ชาโค่ จ้างมาเซ่
    จ๋า เม้นท์อะไรวะ 4444444
    คนอื่น แต๊งกิ้วในคอมเม้นท์
     
     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s