ชีวิต ยังดำเนินไป เหมือนเช่นปรกติ(ของตัวกรูเอง)

เมื่อวานเย็น นั่งรถตู้กลับบ้าน
ปรกติแล้วไม่ได้นั่งรถตู้หรอก รถเมล์หน้ากรม 141 ต่อเดียวถึงบ้าน
แต่เมื่อวานตอนเดินออกมา รถเพิ่งออกไป เห็นหลังไวๆไล่ไม่ทัน
แล้วไอ่สายนรกนี่ นานๆมาทีซะด้วย เคยยืนรอถึงชั่วโมงครึ่งติดกันสี่วันมาแล้วกว่ามันจะมา
แล้วไอ่ทิ้งช่วงอย่างนี้ ก็มีเปอร์เซ็นต์เสี่ยงสูงที่พอมาถึงแล้วก็รถแน่นจนยัดไม่เข้า ต้องรอคันหลัง(โดนมาแล้วเช่นกัน)
อารมณ์ใจร้อนเลยไม่อยากรอละ คิดว่าน้อยๆก็น่าจะครึ่งชั่วโมงล่ะ กว่ามันจะมา
เลยเดินข้ามไปทางการท่าฯ ย้อนไปอีกทาง
คิดว่ารถผ่านทางนี้คงมีไปสยามมั่งล่ะ ก็ไม่ไกลมาก 15 นาทีคงถึง ให้อย่างช้าก็ครึ่งชั่วโมงเลยอ่ะ
รอได้แป๊บ ก็มีรถเมล์คันนึง เขียนข้างรถว่า ศาลาแดง มาบุญครอง
ไปมาบุญฯได้ก็แสดงว่าไปสยามล่ะวะ ว่าแล้วก็กระโดดขึ้นโดยไม่รีรอ
แล้วรถก็เคลื่อนไป ค่อยๆเคลื่อนไป แล้วผมก็พบว่า ไอ่เมล์คันนี้มันนรกมากกกกกกก
 
ปรกติเคยขึ้นรถเมล์นรกมาก็หลายทีจนชินไปละ ไอ่พวกเร็วนรกแตก เมียกูคลอด(ลูก) พ่อกูตาย ประมาณนั้น
แต่คันนี้ นรกแตกกว่าพวกนั้นมากมายนัก
 
เพราะไอ่เมล์คันนี้มันช้านรกกกกกก
อย่างที่บอกแต่ต้น
ตัดสินใจไม่รอ 141 เพราะใจร้อนไม่อยากรอนาน
ใจร้อนแล้วมาเจอเมล์ช้านรก จึงเดือดร้อนในทรวงเหลือกำลังลากเข้าไปใหญ่
หลังจากรถเมล์ออกจากป้ายก็วิ่งด้วยความเร็ว 5 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ประมาณรถเมล์วิ่งอยู่คนเดินอยู่ข้างถนนค่อยๆแซงรถไปช้าๆ
ช้าก่อน……การที่คนเดินแซงรถมันก็เป็นเรื่องปรกติของกรุงเทพมิใช่หรือ ก็รถมันติดออกจะปานนั้น
ถูกต้องแล้วครับเรื่องปรกติ
หากว่า…..รถมันติด
ซึ่งกรณีนี้รถมันไม่ติดเว๊ยยยยย
หลังจากร้อนใจได้ซักพักก็เริ่มปลง เฮ้อกูผิดเอง เออ ช้าก็ช้าวะ ทำไงได้
 
ซักพักพอรถวิ่งมาถึงแยก มันก็เลี้ยวซ้ายป๊าดดดด
เฮ่ยยยย…………..หนทางแสนใกล้มันควรจะไปทางขวามิใช่รึ เข้าพระรามสี่ตรงไปแป๊บก็ถึง
แล้วรถมันก็เลี้ยวไปทางซ้ายไปซะแล้ว จารุภัทรก็นั่งทำหน้าโง่อยู่บนรถ เอาอีกแล้วชีวิตกรู แล้วมันจะไปทางไหนวะเนี่ยะ
ผิดอีกละ แต่อย่างน้อยที่สุดข้างรถมันเขียนว่ามาบุญฯละวะ (พยายามมองโลกในแง่ดีที่สุด)
เป้าหมายมันถูกละ ณ ตอนนี้(เข้าใจว่างั้น) ผิดที่เส้นทางหรือวิธีการไปถึงจุดหมาย
 
รถเมล์ก็วิ่งไป จารุภัทรก็นั่งไป เพราะไม่รู้เอาไง ไม่เคยมาแถวนี้ นี่มันส่วนไหนของโลกวะ
ลงรถได้ก็คงแท๊กซี่สถานเดียว จะนั่งสายอื่นโดยการอ่านข้างรถก็ไม่รู้มันจะพาไปวนแถวไหนอีก ทำอะไรยิ่งไม่ค่อยถูกเรื่องถูกราวอยู่ด้วย
เสียงแว่วจากเด็กรถ "วันนี้ถนนว่างดีจิง ไม่ติดเลยเนอะพี่"
พี่คนขับทำหน้าชิล พยักหน้าเล็กๆ พร้อมเสียงอืมมมม ในลำคอทำหน้าสบายอารมณ์
พร้อมเร่งความเร็วรถเป็น 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ประมาณว่ารถวิ่งๆอยู่ มีแมวน้อยวิ่งแซงไปช้าๆ
ถนนข้างหน้าก็โล่งโจ้ง ตอกย้ำความนรกของเมล์เที่ยวนี้หนักข้อเข้าไปใหญ่
อย่างน้อยมันก็ไม่พาเราไปคว่ำตายล่ะวะ(คิดในแง่ดีสุดฤทธิ์)
 
ครึ่งชั่วโมงผ่านไป
โอยแมร่งอยู่ไหนวะเนี่ยะ
 
ชั่วโมงนึงผ่านไป
เฮ้ยยยย………….ยังไม่มีอะไรคุ้นตาเลยว๊อยยยย อยู่ไหนวะเนี่ยะ
 
ชั่วโมงครึ่งผ่านไป
เห็นรถไฟฟ้าอยู่ริบๆ ช่องนนทรีนี่หว่า
เด๋วก็สีลม แล้วสิ เริ่มใจชื้นขึ้นมา
 
แต่รถก็เริ่มติดละ แต่ก็นะ จะถึงละทนเอาเว๊ย ใจเย็นๆ
แต่ด้วยความนรกดังว่า
รถมันช้าซะจนติดไฟแดงเดียวสามรอบ คือข้างหน้าว่าง พี่ก็คลานไป ทั้งโดนปาดหน้าทั้งวิ่งไม่ทัน
ถ้าเป็นเมล์นรกปรกติมันพ้นไฟแดงไปตั้งกะรอบแรกแล้วววว
 
พอพ้นไฟแดงหนที่สามก่อนเลี้ยงเข้าสีลม พี่ก็ตรงไป
อ้าวเฮ้ย………….เลี้ยวขวาก็สีลมแล้ว แมร่งจะไปไหนอีกวะ
แล้วรถก็ตรงไปซะงั้น ตรงไปซักพักก็ชิดขวา เทิร์นกลับมาอีกที แล้วค่อยซ้ายเข้าสีลม โอยอะไรกันนักกันหนา
แล้วสีลมก็ติดซ้า………….
 
สองชั่วโมงผ่านไป รถจอดแช่(รถติด)อยู่หน้าวอล์ลสตรีทสีลม
ณ ตอนนี้ไม่ไหวแล้ว
เพ่เปิดตูหน่อยเซะ กูจะไปรถไฟฟ้าแล้ว
พี่คนขับหันมามองหน้าแล้วก็เปิดประตูให้
ผมก็เผ่นแผลวลงมาอยู่ข้างถนน ณ สีลม
 
สาวออฟฟิสแถวสีลม ทำไมมันเด็ดงี้ไม่รุ เดินไปแล้วลานตา
ที่กรมทำไมไม่มีพวกนี้อยู่บ้างซักคนสองคนไม่รุ
 
เฮ้ย….นอกเรื่องละ
ว่าแล้วผมก็เดินไปขึ้นรถไฟฟ้า
 
อีกสิบห้านาทีถัดมาผมก็อยู่สถานีรถไฟฟ้าราชเทวี
ทำไมไปราชเทวี
 
ไม่รุ อย่าถาม เพราะก็ไม่รู้เหมือนกัน สงสัยใจมันคิดจะไป กพร ล่ะมั้ง
 
แล้วผมก็เดินกลับมาหน้ามาบุญครองในอีกสิบนาทีต่อมา มายืนอยู่ตรงคิวรถตู้
แล้วห้านาทีต่อมารถตู้ก็มา ผมไม่ต่อคิว เดินขึ้นไปเลย เพราะคิวมันต่อกันขึ้นข้างหลัง
แต่มักไม่ค่อยมีใครไปขึ้นข้างคนขับ จึงเป็นโอกาสให้เราได้ฉกฉวย
ขึ้นไปนั่งได้ ถอนหายใจโล่งอก ได้ขึ้นรถตู้ซะที เกือบสามชั่วโมง
รอ 141 ซะก็ถึงบ้านไปชาตินึงละ
แต่เอาวะเด๋วก็ถึงบ้านเหมือนกัน(คิดในแง่ดีที่สุดละ)
 
พอรถเต็ม รถก็ออก
แล้วคนขับก็ส่งแก้วพลาสติกไปด้านหลังให้ผู้โดยสารใส่ค่าโดยสาร คนละ 30 บาท
ซักพักน้องข้างหลังก็ส่งแก้วคืนมาให้ พวกข้างคนขับได้ใส่ตัง คนข้างผมก็ใส่ตังแล้วยื่นมา ผมก็เอาค่าโดยสารใส่ไป
 
แล้วพี่คนขับก็บอกผมว่า "โทดคับ ช่วยนับหน่อย สี่ร้อยยี่สิบนะครับ"
ผมมองลงไปในแก้วพลาสติก ในนั้นมีแบ๊งร้อยอยู่สี่ใบ แบ๊งยี่สิบสามใบ พร้อมเหรียญอีกจำนวนหนึ่ง
 
ผมรู้สึกทันทีว่าไม่ถูกต้อง ยังไงก็เกิน โดยไม่ต้องนับเงินก่อน
แต่อย่ามั่นใจนัก นับซักทีดีกว่า
แล้วก็เกินจริงๆด้วย มันเกือบห้าร้อยแล้วนะ มันเกินได้ยังไง
ต้องมีคนจ้ายเกิน
 
ด้วยหวังดีผมจึงหันหลังไปป่าวประกาศว่า ค่าโดยสารสามสิบบาทครับ ใครใส่เกินรึเปล่า
หรือใครที่ยังไม่ได้ตังทอนมั่งครับ
 
ผู้โดยสารหลังรถ มองหน้าผม เงียบ
ไม่มีใครแสดงตนเป็นเจ้าของเงิน
 
คนขับบอกผมว่า ช่างเหอะพี่ ไม่เป็นไร ไม่ขาดก็ใช้ได้
 
ใช้ได้ที่ไหน คนเขาเสียผลประโยชน์นะเว๊ย
ว่าแล้วผมก็หันไปประกาศอีกครั้ง มีใครไม่ได้เงินทอ…………..(น)
ในขณะยังพูดไม่จบ
แล้วผมก็นึกอะไรออกบางอย่าง พร้อมอุทานออกมาเบาๆ
"เงินทอนกูเองนี่หว่า(เมื่อกี้ใส่ไปร้อยนึง)"
 
เข้าใจว่าได้ยินทั้งรถ
บ้างก็แอบขำ บ้างก็ทำหน้า มึงเรียกร้องความสนใจอะไรของเมิงวะ
 
ครับไม่ขำ
แต่อาย
 
ว่าแล้วผมก็หันกลับมา นับเงินทอนเงียบๆ ส่งค่าโดยสารทั้งหมดสี่ร้อยยี่สิบบาทให้คนขับ
นั่งทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยม
 
 
แล้วก็แกล้งตาย…………………
 
 
 
 
 
เฮ้อ……อย่างน้อยชีวิตก็ยังคงเป็นเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนแปลง
 
 
…..
 
 
ปล.1 ฉันป่วย อาจเพราะมึนจากฤทธิ์ไวรัสทำให้ ออกอาการประมาณนั้น
ปล.2 เพิ่งทำบุญมานะ ใส่ซองทำบุญไปร้อยนึงเชียว แต่ลืมอธิษฐาน
ปล.3 เหมือนโง่ลงทุกวันยังไงไม่รุ เฮ้อ…เซ็งว่ะ
ข้อความนี้ถูกเขียนใน ไม่มีหมวดหมู่ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

12 ตอบกลับที่ ชีวิต ยังดำเนินไป เหมือนเช่นปรกติ(ของตัวกรูเอง)

  1. Anucha พูดว่า:

     
    555555
     
    ขำแกล้งตายอ่ะ….
     
    555555 (อีกที)

  2. W a n w i s พูดว่า:

    5555
    คนในรถแอบขำ แต่ฉันขอขำออกนอกหน้าเลยนะ เกือบได้บริจาคตังค์อีกรอบนะเนี่ย
    ป่วยเหมือนกัน เป็นหวัด+ไข้เล็กน้อยแต่เริ่มดีขึ้นละ หายป่วยไวไวนะพี่พรุ่งนี้จะได้เจอกัน

  3. เหมือนจ๋า พูดว่า:

    ปกติไม่ได้แกล้วตายก็เหมือนตายอยู่แล้วนี่ 55

  4. Pummie พูดว่า:

    เออเว๊ยยย….ไปอยู่กรมศุลฯ แล้วรวยนะยะ
    ค่ารถตู้ 30 เกือบจ่ายไปร้อยนึง…. ฐานะดีขึ้นนะเนี่ย

  5. jarunan พูดว่า:

    โห
    ….. เงินทอนไม่อยากได้เอามาให้ฉันได้ ช่วงนี้ช๊อตตตต มากมาย

  6. hon พูดว่า:

    ทำบุญไม่ได้อธิษฐานเค้าว่าได้บุญเยอะเน้อเพราะไม่ได้หวังอะไร
    ชีวิตไม่สิ้นก็ดิ้นกันไปเนาะ
     
    (อารมณ์อึดอัดว่าจะโง่ลงไปทุกวันเนี่ยเข้าใจนะ แต่ทำงานไปเรื่อยๆก็ดีขึ้นเอง เพราะหาอย่างอื่นทำน่ะ)

  7. นอรธ พูดว่า:

    อ่านแล้วเหมือน เป็นเรื่องจริงสัก สามสิบเปอเซนต์
    จินตนการ อีก เจ็ดสิบเปอเซนต์
    แต่ก็ตลกมากมาย อิอิ

  8. จารุภัทร พูดว่า:

    ถึงขั้นต้องกลับไปอ่านใหม่ เล่าไรไป
    ยิ่งสงสัย ตรงไหนที่มันเป็นจินตนาการได้วะ งง
    พอดูคนเม้นท์
    อ้อ…..คุณพี่หน้าห้องนี่เอง
    มิน่าล่ะ ถึงต้องจินตนาการถึงชีวิตชนชั้นกรรมาชีพเชียวรึ
    ชีวิตจริงมันยิ่งกว่านิยาย มากมายถมไป
    ไม่เคยดำนาก็ไม่รู้หรอกว่าชาวนาเขาลำบากยังไงน้องเอ๊ย
    เอ๊ะ……พูดถึงไรหว่า ชักมั่วละ
     

  9. J พูดว่า:

    ไปไม่บอกไม่กล่าว ชิ
     
    อีกหน่อยก็รวยแล้วดิ ออกด่านเลยๆ

  10. J พูดว่า:

    ไปไม่บอกไม่กล่าว ชิ
     
    อีกหน่อยก็รวยแล้วดิ ออกด่านเลยๆ

  11. Gumby พูดว่า:

    ก๊ากกกก นานๆเข้ามาอ่านทีขำจริงๆ วุ๊ยพี่
     
    เด็กสยามก็หน้าตาดีนะพี่หนุ่ม คิดถึงก็มาที่ชั้น13ดิมีแต่สาวๆท๊างน๊าน
     
    นั่งหน้าตาแป้นแล้นรับอยู่ก็นี่หนึ่งคนน๊า55555

  12. kimlui พูดว่า:

    แถวบ้านเดิมปูเลย นึกภาพออกอย่างชัดเจน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s